แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ผลบอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ผลบอล แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประกาศบอลพวกหงส์แดง ลิเวอร์พูลขนองจบลงการรบพรีเมียร์ลีกที่ทะลุมา

พวกพาเลซพลิกแซงหักปีกหงส์แดง3-1




ซึ่งหลังจากที่วิเคราะห์ผลบอลหมู่หงส์แดง ยังโชว์ฟอร์มแย่ๆ ต่อเนื่อง หลังจากที่อุตส่าห์ได้ แลมเบิร์ต ที่ยิงให้เหล่านำก่อนในสองนาทีแรก แต่สุดท้าย หมู่พาเลซ นั้นรัวทีเดียวสามลูกรวดพลิกกลับมาคว้าชัยไป 3-1 ทำให้อันดับไปรั้งที่ 12 ของลีกเรียบร้อย

เพราะว่าที่การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-2015 ที่สนาม เซเฮิร์ส พาร์ค  พวกคริสตัล พาเลซ ต้อนรับการมาเยือนของ ฝ่ายหงส์แดง ลิเวอร์พูล

ซึ่งในนาทีที่ 2 แฟนๆ เจ้าถิ่นต้องถึงกับช็อก ภายหลัง กลุ่มคริสตัล พาเลซ นั้นต้องมาเสียประตูไปก่อน จากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า เปิดข้ามแนวรับให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต หนีการประกบ ก่อนจักพักบอลแล้วซัดเรียดทะลุทะลวงมือ จูเลี่ยน สเปโรนี่ เข้าไป เหล่าลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0

ต่อเนื่องมาถึงนาทีที่ 17 ปางพวกพาเลซ ก็ได้เฮบ้างครั้นเมื่อมาตามตีเสมอสำเร็จเป็น 1-1 ครั้น ยานนิค โบลาสซี่ ลากหนีแนวรับ กรุ๊ปหงส์แดง ก่อนจักตกลงใจซัดเต็มข้อด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลเรียดหนีมือ ซิมง มินโญเลต์ พุ่งชนเสากระดอนออกมา แต่ลูกยังเข้าทาง ดไวท์ เกล วิ่งมาซ้ำจ่อเข้าไปได้สำเร็จ

ในนาทีที่ 34 กลุ่มหงส์แดง นั้นเกือบได้ประตูออกนำอีกครั้ง คราวนี้ โจ อัลเลน ครอสจากฝั่งซ้ายไปให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ที่อยู่เสาไกลได้โอกาสขึ้นโขกคนเดียวจ่อๆ แต่โชคไม่ดีบอลดันหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 36 ฝ่ายพาเลซ นั้นต้องถอดเอา ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ ที่ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาควบคุมเกมรับของทีมแทน

ด้วยกันในช่วงท้ายครึ่งแรกไม่มีประเติมเพิ่ม หมดเวลาทั้งสองพวกเสมอกันไปก่อน 1-1

ซึ่งนาทีที่ 48 ทางด้านคณะลิเวอร์พูล นั้นก็มาได้ลุ้นจากฟรีคิกระยะ 30 หลา สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่ซัดแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไปเสียก่อน

ในนาทีที่ 53 ตัวของมาร์ติน สเคอร์เทล มาโดนใบเหเล่าลืองเป็นคนแรกของเกม โทษฐานเจ้าตัวเข้าไปดึงแขนของ มารูยาน ชามัคห์ เพื่อเป็นการขัดขวาง

นาทีที่ 61 ฆาบี มานกิโย่ ต้องมารับใบเหเอิกเกริกง หลังเจตนาไปดึง ชามัคห์ ที่หน้าเขตโทษ

พร้อมกับในนาทีที่ 71 พวกหงส์แดง นั้นได้ตกลงใจถอด อดัม ลัลลาน่า ออก แล้วส่ง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงสนามเพื่อลุ้นทำประตูให้พวกเพิ่ม

ต่อมาในนาทีที่ 74 พวกลิเวอร์พูล นั้นต้องถอด โจ อัลเลน ที่มีปัญหาเเล่าลือกออกบนศีรษะที่แตกมาจากครึ่งแรก เพราะว่าเปลี่ยนเอา เอ็มเร่ ชาน ลงสนามมาช่วยเกมแดนกลางแทน ขณะที่ หมู่พาเลซ ก็ส่งให้ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ลงสนามเป็นคนที่สอง เพราะว่าเปลี่ยนเอา เจสัน พันเชี่ยน ออกไป

และจนถึงถึงนาทีที่ 78 แฟนบอลฝ่ายคริสตัล พาเลซ ก็ได้เฮกันทั้งสนามคราวหมู่มาทำประตูที่สองสำเร็จ จากจังหวะที่บอลกำลังลอยกลางอากาศ เดยัน ลอฟเรน ที่ตามประกบ ยานนิค โบลาสซี่ จากริมเส้นไปล้มแล้วบอลตกเข้าหัวพอดีให้ดาวเตะ คณะพาเลซ เลี้ยงหนีไปได่ ก่อนเจ้าตัวจักตบเข้ากลางให้ โจ เลดลี่ย์ วิ่งมาซัดตรงกลางลอดตัว ซิมง มินโญเลต์ เข้าไป เจ้าถิ่นพลิกขึ้นนำ 2-1

ต่อมาในนาทีที่ 81 สถานการณ์ยังเป็นใจให้เจ้าถิ่นต่อเนื่อง คราวนี้พวกมาได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ไมล์ เยดินัค วิ่งมาปั่นด้วยขวา บอลเลี้ยวข้ามกำแพง ก่อนจักอ้อมหนีมือ มินโญเลต์ เข้าไปอย่างสวยงาม พวกคริสตัล พาเลซ ได้นำเพิ่มอีกเป็น 3-1

นาทีที่ 86 ฝ่ายพาเลซ ปลงใจถอด ยานนิค โบลาสซี่ ที่เกมนีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมออกไปพักท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนๆ ในสนาม ก่อนจักให้ แบร์รี่ แบนแนน ลงมาเล่นแทน

เข้าสู่ช่วงท้ายเกมทั้งสองคณะเกือบมีลุ้นได้ประตูกันหลายครั้งแต่ก็พลาดไป สุดท้ายหมดเวลา ทีมคริสตัล พาเลซ ได้เปิดบ้านเอาชนะ ทีมลิเวอร์พูล ไปได้สำเร็จผลบอล 3-1

นั่นทำให้ พวกพาเลซ ได้เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 15 ของตาราง ส่วน พวกหงส์แดง จากความพ่ายจำนนนัดนี้ทำให้ฝ่ายตกมาอยู่อันดับ 12 เพราะมีอยู่แค่ 14 คะแนน เท่านั้น

มาดูรายนามผู้เล่น คริสตัล พาเลซ 4-4-1-1 :

  1. จูเลี่ยน สเปโรนี่ 
  2. มาร์ติน เคลลี่
  3. สก็ตต์ แดนน์
  4. ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ เปลี่ยนตัว เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาในนาทีที่ 36
  5. โจเอล วอร์ด 
  6. เจสัน พันเชี่ยน เปลี่ยนตัว เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ลงมาในนาทีที่ 76
  7. ไมล์ เยดินัค
  8. โจ เลดลี่ย์
  9. ยานนิค โบลาสซี่ เปลี่ยนตัว แบร์รี่ แบนแนน ลงมาในนาทีที่ 86
  10. มารูยาน ชามัคห์ 
  11. ดไวท์ เกล


ผู้เล่นสำรอง

  1. เวย์น เฮเนสซี่ 
  2. วิลฟรีด ซาฮา 
  3. เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ 
  4. แอนดรูวส์ จอห์นสัน


มาดูรายการผู้เล่น ทีมลิเวอร์พูล 4-2-3-1 :

  1. ซิมง มินโญเลต์ 
  2. ฆาบี มานกิโย่
  3. มาร์ติน สเคอร์เทล
  4. เดยัน ลอฟเรน
  5. เกล็น จอห์นสัน 
  6. โจ อัลเลน เปลี่ยน เอ็มเร่ ชาน ลงมาในนาทีที่ 74
  7. สตีเว่น เจอร์ราร์ด 
  8. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
  9. ฟิลิปป์ คูตินโญ่
  10. อดัม ลัลลาน่า เปลี่ยน ฟาบิโอ บอรินี่ ลงมาในนาทีที่ 71 
  11. ริคกี้ แลมเบิร์ต


ผู้เล่นสำรอง

  1. แบร๊ด โจนส์ 
  2. โคโล่ ตูเร่ 
  3. อัลแบร์โต้ โมเรโน่ 
  4. ลูคัส เลว่า 
  5. ลาซาร์ มาร์โควิช


กรรมการผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

ติดตามชมดูคลิป ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก


เดอะคล็อปป์ได้โผล่ชื่อนั่งแท่นกุนซือหงส์แทนบีร็อด




ซึ่งบีร็อด นั้นคงจักได้เก้าอี้ร้อน หลังจากที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ปรากฏชื่อเตรียมนั่งแท่นบัลลังก์กุนซือใหม่ เหล่าหงส์แดง หลังผลงานโคตรแย่ เก็บชัยได้แค่ 2 นัดจาก 12 เกม

กับก็ดูเหมือนขาเก้าอี้กุนซือของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการฝ่าย ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จักเริ่มทำสั่นคลอนเสียแล้ว ขณะล่าสุดมีรายงานว่า กรุ๊ปหงส์แดง ได้วางตัว เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ของ กลุ่มโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หมู่ดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เข้ามาเสียบตำแหน่งแทน หลังจากที่ บีร็อด นั้นเพิ่งพาฝ่ายบุกไปจำนน คณะคริสตัล พาเลซ ที่ ถิ่นเซลเฮิร์ทส์ พาร์ค 1-3 จนกระทั่งวันอาทิตย์ที่สร้างผ่านมา วันที่ 23 พฤศจิกายนที่ทะลุทะลวงมา

ซึ่งโปรแกรมบอลทีมหงส์แดง นั้นได้ออกสตาร์ทฤดูกาล 2014 - 2015 ได้อย่างย่ำแย่ เก็บชัยชนะได้เช่น 2 นัดเท่านั้นจากเกมลีก 12 นัดหลังสุด แถม 3 นัดล่าสุดจำนนรวดทั้งหมด รั้งอยู่ที่ 12 ของตาราง แข่ง 12 นัด มี 14 แต้ม

นั่นจึงทำให้แฟนๆ ชาวเดอะ ค็อป ด้วยกันเหล่าบรรดาเกจิลูกหนังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยล่าสุดมีรายงานเกิดขึ้นว่าทางบอร์ดบริหารของ ฝ่ายลิเวอร์พูล ได้วางแผนทาบทาม คล็อปป์ เข้ามาทำหน้าที่แทน ร็อดเจอร์ส หลังเจ้าตัวนั้นเคยออกมายอมรับว่าสนใจที่จักเข้ามาทำงานใน อังกฤษ

พร้อมกับที่ก่อนหน้านี้ กุนซือใหญ่ทัพ คณะเสือเหระบือง ก็ได้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องทำงานในแดนผู้ดีเอาไว้ว่า ผมคิดว่า อังกฤษ เป็นที่เดียวเท่านั้นที่ผมควรไปทำงาน ถัดจาก เยอรมัน ผมคิดว่า อังกฤษ นี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะมันเป็นประเทศเดียวที่ผมรู้จักภาษา ซึ่งการทำงานของผมมันจำเป็นต้องใช้ภาษาอย่างมาก พร้อมด้วยถ้าเกิดมีใครติดต่อผมมา มันก็น่าที่จักลองคุยดูนะ

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข่าวคราวฟุตบอลการสู้รบพรีเมียร์ลีกด้วยกันโปรแกรมบอลพรุ่งนี้

จับปลาหลายมือ?





ทางด้านฟุตบอลในโซนยุโรป หลักๆ ก็มี 3 รายการเพราะพวกใหญ่ ก็คือ

  1. ศึกบอลลีก
  2. ศึกบอลถ้วย
  3. ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


แต่ก็มีบางประเทศอย่าง 1.ฝรั่งเศส พร้อมด้วย 2.อังกฤษ ที่มี 4 รายการ โหมโรงซีซั่นมาได้ 3 เดือนแรก 4 บิ๊กโฟร์ อย่าง


  • ฝ่ายอาร์เซน่อล
  • หมู่เชลซี
  • กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • ฝ่ายลิเวอร์พูล 


ซึ่งก็ไม่ค่อยจะทำผลงานดีสักเท่าไหร่นักในทุกๆ รายการ เว้นก็แต่ กรุ๊ปเชลซี ไว้หนึ่งคณะ

ด้วยกันเพราะเฉพาะในเวทียุโรป ที่ทั้ง กลุ่มเรือใบ และ กรุ๊ปหงส์แดง แชมป์พร้อมทั้งรองแชมป์ลีกพอฤดูกาลที่ทะลุมา ต่างทำให้แฟนบอลพันธุ์แท้ของทั้ง 2 คณะนั้นกำลังปวดกระเพาะอาหารอยู่ ทั้งนี้เพราะสถานการณ์รอบแบ่งกลุ่มไม่สู้ดีนัก




เกริ่นกันที่พวกลิเวอร์พูลหลังจากได้เปลี่ยนเข้ามาเล่นชปล ในปีนี้ ก็พลอยทำให้ผลงานทั้งในลีกพร้อมกับบอลถ้วยตกลงไปพอๆ กัน

กับดังที่ในปีนี้ ทางศึกพรีเมียร์ลีก ได้แบ่งมาให้ฟรีทีวีดูด้วย ก็เลยมีบางสัปดาห์ผมได้ดูฟอร์มพวกจากอังกฤษ ซึ่งก็รับสั่งเลยว่า ป้อแป้ สุดฤทธิ์ ถามว่าพวกเขามีศักยภาพที่จะชนะทุกๆ กลุ่มในกลุ่มตัวเองหรือไม่ไม่ แน่นอนว่า 100 เปอร์เซนต์คือมีแน่ๆ เพราะโอกาสที่จะชนะ

แต่ว่าคำถามตรงหน้าคือ พวกเขาพร้อมไม่ใช่หรือไม่ กับการเก็บ 3 คะแนนใน 6 เกมของรอบแบ่งกลุ่ม พูดได้เลยว่าไม่พร้อมอย่างแรง

กับอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็คิดเหมือนกัน ซึ่งผมได้นั่งคิดนอนคิดเกี่ยวกับผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกจากอังกฤษ ซึ่งปัญหามันน่าจักตั้งต้นมาจากจุดๆ เดียวกัน

ซึ่งนั่นก็คือโปรแกรมบอลเตะที่เกริ่นไปในข้างต้น ซึ่งผมมองว่านี่เป็นปัญหาหลัก ที่ทำให้เหล่าจากอังกฤษ ไปได้ไม่ถึงฝัน ด้วยการที่พวกเขามีรายการให้เล่นมากกว่าประเทศอื่นหนึ่งรายการ บวกกับยุคระยะเวลานี้ที่ไม่มีการทิ้งถ้วยไหนๆ เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ขนาด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการพวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เคยพลีชีพด้วยการส่งเยาวชนลงทั้งคณะเพื่อทิ้งบอลถ้วยจนชาวบ้านชาวช่องด่ามาแล้ว ถึงขั้นบ้าจี้ทำตามอยู่หลายปี ด้วยการเอาแท้จริงในบอลถ้วยตามกระแสของ กรุ๊ปแมนฯ ซิตี้ พร้อมกับ หมู่เชลซี ที่มีขนาดฝ่ายใหญ่ สมรรถเปลี่ยนผู้เล่นทั้งชุดก็ยังดูเป็นชุดใหญ่ได้มาแล้ว

ก็เหนื่อยสิครับงานนี้ และสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นไม่ได้ดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายการไหนๆ จนทำให้ทีมเกือบพัง แฟนบอลในไทยเกือบปิดเฟซบุ๊คกันแทบไม่ทัน

สังเกตไหมครับว่าศึก แคปิตอล วัน คัพ Big4 แดนผู้ดีเล่นเอาจริงเหมือนกัน แม้จะมีหมุนเอาสำรองลงบางตำแหน่ง พร้อมด้วยมีถึง 2 กลุ่มที่เข้าถึงรอบ 8 คณะสุดท้าย

ซึ่งผมนั้นก็ขอยกตัวอย่างสโมสร หมู่ลิเวอร์พูล ที่กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ประกาศซื้อตัวเพื่อเอาไว้สับเปลี่ยนผู้เล่น ยามลงแข่งในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เจ้ากรรมดันโชคไม่ค่อยดี จับสลากมาอยู่กับ พวกเรอัล มาดริด แชมป์เก่า แถมมีหมู่สุดอันตรายพร้อมด้วยประมาทไม่ได้อย่าง บาเซิ่ล อยู่ด้วย ทำให้งานมันดูยากขึ้นเหมือนกัน

เพราะที่หลายๆ ฝ่ายอาจจะมองว่าพวกเขา โชคไม่ดีที่ต้องไปอยู่กับทีมที่เหนือกว่าทั้ง พวกเรอัล มาดริด แชมป์ปีที่แล้ว พร้อมกับแชมป์ 10 ระยะเวลา แต่ถ้าเจาะรายละเอียดลึกๆ แล้วพวกเขาไม่ได้แพ้แล้วเล่นดีนี่สิ

พร้อมกับผลบอล 0 - 3 ในถิ่น แอนฟิลด์ ก็ทำให้ใครๆ ก็ต่างโจมตีว่ามาตรฐานระหว่าง พวกเรอัล มาดริด พร้อมกับ คณะลิเวอร์พูล มันต่างกันมาก

ซึ่งมันก็สุทธิอยู่ที่ว่า หมู่ราชันชุดขาว มีแนวรุกระดับโหดถึงขั้นทำเด็กร้องไห้ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเป็น คณะหงส์แดง เท่าที่ฤดูกาลที่ทะลุทะลวงมา ช่วงที่พวกเขาชนะติดต่อกัน 11 นัด เอาฟอร์มแบบนั้นมาเตะเกมดังกล่าว หมู่เรอัล มาดริด อาจจ๋อยกลับบ้านก็ได้



สู้ได้ดีกว่านัดแรก แม้จักพ่ายแพ้ชุดขาวไป 0 - 1

ซึ่งมันก็ไม่ทำได้เป็นแบบนั้นได้ รวมถึงผลงานรายการอื่นของ ฝ่ายลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ดีเสียด้วยสิ มันเลยทำให้พ่ายพังพาบอย่างที่เห็นผลบอล 0-3 ทั้งๆ ที่มองกันว่า 11 ผู้เล่นตัวแท้จริงเกมดังกล่าว ถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของกลุ่มเลยก็ว่าได้ จะขาดก็แต่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เท่านั้น

และบางคนบอกยังดีที่มันยังไม่ใช่เกมชี้เป็นชี้ตาย ถึง ทีมหงส์แดง แพ้เกมนี้ ก็ยังมีอีก 3 นัดให้แก้ตัว แต่เจ้ากรรมจุดเปลี่ยนมันมาตั้งแต่นัดที่บุกไปพ่าย ฝ่ายบาเซิ่ล 0 - 1 แล้วล่ะ ก็เพราะว่าแน่นอนว่าตามหน้าเสื่อ พวกเขาต้องลุ้นกับยอดพวกจากสวิส เพื่อแย่งตั๋วรอบน็อคเอาต์อีกใบ

แต่ว่าสถานการณ์ คราวนี้มันยิ่งลำบางขึ้นอีกขั้น โชคดีที่ คณะบาเซิ่ล ดันแพ้ ลูโดโกเร็ตส์ ในเกมที่ 3 ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากันที่ 3 คะแนน ยังได้ลุ้นยาวๆ ใน 3 เกมสุดท้าย แต่การที่จักต้องไปเยือน ถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เกม 4 คิดในแง่ร้ายไว้ก่อนว่าพวกเขาจักไม่ได้แต้มกลับไป และ ทีมบาเซิ่ล จะชนะ เหล่าลูโดโกเร็ตส์ ได้ไม่ยาก

ซึ่งนั่นมันก็เป็นแบบนั้นครันๆ ที่พวกเขาปราชัย กลุ่มเรอัล มาดริด 0-1 พร้อมด้วย กรุ๊ปบาเซิ่ล อัดไป 4-0 นำพวกเขา 3 แต้ม เหลือกระฉ่อนอีก 2 นัด


พร้อมกับในอาทิตย์นี้ พวกเขานั้นต้องไปเจอกับ กรุ๊ป เชลซี อีก นั้นทำให้ ตัวบีร็อด ต้องพักตัวหลักมันซะเลย


พร้อมด้วยนี่ก็กลายเป็นว่า ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นถ้วยเล็กๆไปแล้วสินะ แล้วหันไปเอาสุทธิในลีกกับ แคปิตอล วัน คัพ ใช่ป่ะครับ??

อย่าทำเป็นเล่นนะครับ ในทีมสำรองที่มี

  1. โคโล่ ตูเร่
  2. ลูคัส
  3. โจ อัลเลน
  4. เอ็มเร่ ชาน
  5. อดัม ลัลลาน่า
  6. ลาซาร์ มาร์โควิช 
  7. ฟาบิโอ บอรินี่ 


แต่ว่ากลับจำนน เหล่าชุดขาว พ่าง 0 - 1 !!!!

ซึ่งวิเคราะห์บอลเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเลยครับ ตัวผมมั่นใจว่า เพราะรูปเกมบอกให้ทราบได้เลยว่า สู้ไม่ได้ ชัดเจน แต่มองในแง่ดีคือการได้กองหลังที่ยังดูไว้ใจได้อย่าง ตูเร่ ผู้พี่ คอยแก้ขัดเวลาเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ หมายถึงเอาลงเล่นบอลถ้วย อีกคนที่ต้องซูฮกพร้อมกับอาจหักหน้านักวิจารณ์หลายๆ คนได้ คือฟอร์มของ ซิมง มิโญเล่ต์ ด้วยการที่เพื่อนร่วมทัพหน้าเขา 10 คนปั้นให้ขนาดนี้ หลังจากนั้นความมั่นใจคงมาเต็มเปี่ยม




เกมในนัดนี้พี่เจิดเป็นได้แค่ผู้ชมข้างสนามเท่านั้น


ด้วยกันนอกจากนี้ ตัวของบีร็อด ยังสติแตกถึงขั้นดรอป เจอร์ราร์ด ไว้ข้างสนาม ทั้งๆ ที่เจ้าตัวประกาศอำลาเหล่าชาติเพื่อจักมาเล่น ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้สถิติเฉลี่ยออกมาจักดูเหมือนว่าฝ่ายไม่มี กัปตันเจิด จักดูผลงานดีกว่าตอนมีอยู่ก็เถอะ มันก็เป็นตรรกะบางอย่างเท่านั้น แต่รูปเกมในสนามสิสำคัญ มี เจิด ก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว ถูกมั๊ย แฟนหงส์

แล้วคำถามหลังจากนี้คือ

  • ประการแรก กลุ่มลิเวอร์พูล เหตุการณ์จักเป็นอย่างไรหลังจากนั้น. 
  • ประการที่สอง ซึ่งการที่ไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว ทำให้กลุ่มเปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้เลยหรือไม่ก็. 
  • ประการที่สาม การที่เอานักเตะตัวหลักที่ฟอร์มไม่ดีไปพัก จะได้ผลในเกมกับ ฝ่ายเชลซี หรือไม่. 
  • ประการที่สี่ ในเกมนัดชี้ชะตากับ ฝ่ายบาเซิ่ล ในนัดสุดท้ายผลจักออกมาเป็นอย่างไร. 
  • ประการที่ห้า กลุ่มลิเวอร์พูล นั้นจะเข้ารอบ 16 พวกสุดท้ายไม่ใช่หรือไม่. 
  • ประการที่หก แล้วแชมป์ลีกล่ะ. 
  • ประการที่เจ็ด พวกนั้นจักยังสามารถเบียดขึ้นไปลุ้นได้อยู่หรือว่าเปล่า.
  • ประการที่สุดท้าย ด้วยกันใครที่จะเข้ามาอุดรอยที่ ซัวเรซ ได้. 


ซึ่งคำถามตามมาเยอะมากๆ

ในทุกสิ่งทุกอย่างจักได้คำตอบในไฮไลท์ฟุตบอลเร็ววันนี้ครับ แม้พวกเขายังจับปลาหลายๆ มืออยู่ เน้นทุกถ้วย ไม่ว่าจะ

  • ศึกเกมลีก
  • ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก
  • ศึกแคปิตอล วัน คัพ 
  • ศึกเอฟเอ คัพ 

ซึ่งกำลังจักเตะปีหน้า นั่นจะทำให้พวกเขาพังแน่นอน ก็เพราะว่าหลายๆ หมู่ก็พังมาแล้ว จักมาหวังให้เป็นเหมือน พวกปีศาจแดง ในปี 99 มันก็คนละยุคคราวกัน ฟุตบอลยุคนี้ทำแบบนั้นได้ยากแล้ว แต่ถ้าพวกเขาเเลื่องลือกที่จักทิ้งอะไรสักอย่างไป อาจจักทำให้บางอย่างที่เขาถืออยู่ ได้ของที่ล้ำค่ามาก็เป็นได้

เพราะจะต้องมาพบเกมกับ กลุ่มเชลซี วันเสาร์นี้ น่าจักทำให้เห็นอะไรได้หลายอย่างแล้ว เหตุด้วยแนวทางต่อไปของ ร็อดเจอร์ส

กับท้ายนี้ ส่วนตัวผมยังเชื่อว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ครับ พี่แกเป็นนักเตะตระกูลต้องโอ๋ อย่าไปจวกไปสับเขา แล้วเดี๋ยวจักเล่นดีเอง

พร้อมกับเหตุผลของการดรอป เจอร์ราร์ด มองในแง่ดี อาจจักทำให้เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ในเกมวันเสาร์ กู้หน้าจากที่เคยลื่นทำถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก หลุดมือจนกระทั่งปีที่แล้วก็เป็นได้

ซึ่งถ้าจักมาปิดโอกาสการประสบความสำเร็จของ คณะลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ต้องเจรจาเลยว่าอย่าเพิ่งนะครับ เพราะอย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นเหล่าที่อันตราย แม้ช่วงนี้จักขาลง แต่ลงก็ต้องมีขึ้น อยู่ที่ว่าเขาจะเเลื่องลือก ปลดเปลื้องพร้อมทั้งจับอะไร แต่ถ้าจับไว้หมดล่ะก็

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลตรงนี้ ปืนใหญ่เป็นเจ้าของแชมป์ค่าตั๋วแพงที่สุดภายในลีก

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ปืนใหญ่ครองชมค่าตั๋วแพงที่สุดในลีก




ขายตั๋วหรือว่าขายอะไรกันเนี่ย? ล่าสุดทางสำนักข่าว BBC ได้ออกมาแย้มผลสำรวจค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลของแต่ละกลุ่มในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โดยมูลค่าตั๋วที่แพงที่สุดในในเวลานี้เป็นของทางด้านทีม อาร์เซน่อล เพราะว่าค่าจะอยู่ที่ราวๆ 5,335 บาท พร้อมด้วยตั๋วที่ถูกสุดเป็นของเหล่า นิวคาสเซิ่ล เพราะค่าตั๋วจักอยู่ที่ประมาณการ 825 บาท

ซึ่งมูลค่าของตั๋วที่จะเข้าชมศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในนัดต่างๆ นั้น ทีมที่ครองอันดับราคาตั๋วที่แพงที่สุดก็คือทีม อาร์เซน่อล กับเป็นค่าที่เรียกได้ว่า แพงที่สุดใน 20 คณะของลีก เพราะข้อมูลนี้ทางสำนักข่าว BBC ได้ทำการสำรวจข้อมูลสถิติค่าของตั๋ว ซึ่งผลที่ได้ออกมาคือกรุ๊ปปืนใหญ่ อาร์เซน่อลนั้นมีการจำหน่ายสนนราคาบัตรเข้าชมฟุตบอล ราคาที่สูงที่สุดอยู่ที่ ใบละ 97 ปอนด์ ไม่ใช่หรือราวๆเป็นงินไทยอยู่ที่ ใบละ 5,335 บาทเลยทีเดียว

กับจากการที่ทาง BBC ได้ออกมาแสดงตนข้อมูลล่าสุดนี้ ทำให้พบข้อมูลในอดีตว่าทีมที่ยังมีอันดับการจำหน่ายตั๋วแพงที่สุดก็ยังคงเป็นทีม อาร์เซน่อล เช่นเดิม ถึงแม้ว่าจักมีการลดค่ามาแล้วจากฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ได้จำหน่ายในราคา 126 ปอนด์ ไม่ก็คิดเป็นเงินไทยราวๆ 6,930 บาท ทั้งยังครองอันดับตั๋วเข้าชมรายปีแพงที่สุด ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 2,013 ปอนด์ ใช่ไหมคิดเป็นเงินไทยประมาณการ 110,000 บาท ส่วนค่าที่ถูกที่สุดนั้นอยู่ที่ 1,014 ปอนด์ หรือว่าคิดเป็นเงินไทยคร่าวๆ 55,770 บาท

กลับกันในขณะที่ สโมสรที่มีราคาตั๋วในแต่ละเกมส์ที่ถูกที่สุดนั้นเป็นของฝ่าย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งได้จำหน่ายในค่าที่ถูกที่สุด อยู่ที่ใบละ 15 ปอนด์ ไม่ใช่หรือคิดเป็นเงินไทยกะ 825 บาท ส่วนทางด้านของแชมป์เก่าในฤดูกาลที่แล้วอย่างทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียกได้ว่าเป็นทีมที่จำหน่ายตั๋วรายปีถูกที่สุด สนนราคาอยู่ที่ 229 ปอนด์ ไม่ใช่หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 12,595 บาท

อันดับสารบาญ 5 ฝ่ายแรกของศึกพรีเมียร์ลีก ที่มีค่าตั๋วแพงที่สุด

  1. อาร์เซน่อล อยู่ที่ใบละ 97 ปอนด์ หรือไม่ก็คิดเป็นเงินไทยประมาณการ 5,335 บาท
  2. เชลซี อยู่ที่ใบละ 87 ปอนด์ ไม่ใช่หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณการ 4,785 บาท
  3. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยู่ที่ใบละ 81 ปอนด์ ไม่ก็คิดเป็นเงินไทยคาดว่า 4,455 บาท
  4. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อยู่ที่ใบละ 75 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยกะ 4,125 บาท
  5. ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส อยู่ที่ใบละ 70 ปอนด์ หรือว่าคิดเป็นเงินไทยคร่าวๆ 3,850 บาท

เห็นสนนราคาตั๋วแบบนี้แล้วแฟนบอลชาวไทยอย่างเราๆ คงจักคิดว่า ไปดูที่ลานเบียร์ดีกว่ามั้ง ประหยัดตังไปได้หลายบาทเลยทีเดียว แต่ถ้าหากใครที่ต้องประสงค์ได้รับความมันส์แบบติดขอบสนามก็คงต้องขอแจ้งให้ทราบว่า โชคดีเดินทางปลอดภัย ซื้อของมาฝากด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ เกี่ยวกับวันนี้ก็ต้องขอลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ
ติดตามข่าวฟุตบอล วิเคราะห์ผลบอล ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ผลบอล เพิ่มเติมได้ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พรีเมียร์ลีก: มาเพ่งพินิศที่สุดเครื่องใช้ศึกพรีเมียร์ลีก 7 นัดเดิมกันดีกว่า

วิเคราะห์บอลพรุ่งนี้ ที่สุดของที่สุดในช่วงเปิดผนังออกสตาร์ต




ในเกมส์ฟุตบอลสุดสัปดาห์นี้บรรยากาศของพรีเมียร์ลีกจักกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ หลังจากที่ได้พักยาวมาถึงสองอาทิตย์เพื่อหลีกทางให้โปรแกรมบอลทีมชาติ เพราะว่าแต่ละทีมจักต้องลงมาห้ำหั่นกันอีกครั้ง เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ พอข้ามพ้นอีก 31 นัดต่อจากนี้

และเหตุด้วยการขับเคี่ยวกันในช่วงออกสตาร์ตของฤดูกาลกาลนี้ก็ได้ข้ามไปแล้ว 7 นัดแรก ซึ่งก็พอจะทำให้มองเห็นภาพได้คร่าวๆ ว่าหน้าตาของฤดูกาลนี้น่าจะออกมาเป็นยังไงบ้าง พร้อมด้วยหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนได้หยิบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นที่สุดๆ จากช่วงเปิดม่านบังตาต้นฤดูกาลนี้มาให้ดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง





1.นักเตะที่เด่นที่สุด: ดิเอโก้ คอสต้า


เพราะว่าการเสริมทัพของเชลซีในซัมเมอร์นี้ดูจะลงล็อกไปหมด ทั้ง 1.ติโบต์ กูร์กตัวส์, 2.เชส ฟาเบรกาส และ 3.ดิเอโก้ คอสต้า ที่ต่างก็ยักมาพร้อมทั้งโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น กับเป็นกำลังสำคัญในการพาสิงโตสีครามทะยานขึ้นจ่าฝูงแบบนำโด่ง

ซึ่งตัวของคอสต้าคือคนที่เข้ามาอุดช่องโหว่ ไม่ก็เข้ามาแก้ปัญหาที่เคยเจอจากฤดูกาลก่อน ให้กับพวกของ โจเซ่ มูรินโญ่ ได้อย่างแท้สุทธิ ด้วยการทำประตูได้อย่างต่อเนื่องกับเป็นกอบเป็นกำถึง 9 ลูก เข้าไปแล้วเฉพาะในลีก พร้อมกับผลงานของเขาก็โดดเด่นเกินหน้าเกินตาดาวเตะทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่คนไหนๆ จนถึงขณะนี้





2.เป็นเกมที่หักมุมที่สุด :  ฝ่ายเลสเตอร์ 5-3 คณะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ซึ่งภายหลังชนะนัดแรกในฤดูกาลได้ในเกมที่ 4 ด้วยการเปิดบ้านไล่ทุบ คณะควีนส์ปาร์ค 4-0 เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำท่าเหมือนจักเรียกความมั่นใจกลับมาได้

พร้อมกับปางยกพลไปเยือนอีกหนึ่งน้องใหม่อย่าง หมู่เลสเตอร์ในเกมถัดไป กรุ๊ปปิศาจแดงที่คับคั่งด้วยซูเปอร์สตาร์ทั้งเก่าพร้อมด้วยใหม่ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจ๊าด ด้วยกันขึ้นนำผลบอล 2-0 อย่างรวดเร็ว ก่อนขยับหนีไปเป็น 3-1 อีกก่อนที่ทุกอย่างจะพลิกผัน พอเสียจุดโทษแบบโชคร้ายโดนไล่มา พร้อมด้วยโดนตีเสมออีกอย่างรวดเร็ว

โดยภายหลังนั้นทุกอย่างก็ปั่นป่วนไปหมดด้วยผีแดง ก่อนจะโดนแซงขึ้นนำ 4-3 และเหลือผู้เล่น 10 คน ในช่วงท้ายเกมจนโดนประตูที่ 5 ปิดท้าย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 853 นัดที่ คณะแมนฯ ยูไนเต็ดลงเตะพรีเมียร์ลีกมา ที่ เปลื้องให้การขึ้นนำ 2 ประตู กลับมาเป็นความพ่ายพ่ายแพ้ได้





3.เป็นหมู่ที่สร้างเซอร์ไพรส์ที่สุด: กลุ่มเซาธ์แฮมป์ตัน


ฝ่ายเซาธ์แฮมป์ตันได้เสียดาวดังของหมู่ไปเป็นกระบิในช่วงซัมเมอร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จัดการเหล่า พร้อมทั้งทำท่าว่าจักได้รับผลกระทบเต็มๆ

โดยหลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน ได้นำฝ่ายออกสตาร์ตนัดแรกด้วยความพ่ายจำนน พร้อมด้วยในนัดต่อมาก็ทำได้แค่เสมอ

แต่ปางได้นักเตะใหม่อย่างกราเซียโน่ เปลเล่ เปิดมู่ลี่ที่จักติดเครื่องได้ในการเข้ามาแทนที่ ริคกี้ แลมเบิร์ต ขณะที่ ดูซาน ทาดิช ก็ได้เข้ามารับหน้าที่สร้างสรรค์เกมแทน อดัม ลัลลาน่า ที่จากไป คณะนักบุญก็เริ่มต้นโชว์ฟอร์มได้อย่างไหลลื่นเหมือนเดิม หรือไม่อาจจะมากกว่าเดิม จนทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตารางแล้ว หลังชนะติดต่อกันถึง 4 นัด ก่อนจะเพิ่งแพ้อีกครั้งในเกมล่าสุด





4.เป็นกลุ่มที่เดี้ยงแยะที่สุด: เหล่าอาร์เซนอล


ซึ่งทางด้านของ แชด ฟอร์ไซธ์ สตาฟฟ์โค้ชด้านฟิตเนสของเยอรมัน อำลากรุ๊ปแชมป์โลกมาร่วมงานกับกลุ่มอาร์เซนอลในซัมเมอร์นี้

กับกลับกลายเป็นว่ากลุ่มปืนใหญ่ยังถูกรุมเร้าด้วยปัญต่างว่าารบาดเจ็บของนักเตะบานตะเกียงเหมือนเดิม หรืออาจจักเพียบกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ซึ่งขณะดาวดังหลายคนเดี้ยงกันตั้งแต่ต้นซีซั่น จนต้องพักยาวบ้างสั้นบ้างมาเกือบครบตัวหลักๆ แล้ว ด้วยกันอาจจักมีส่วนทำให้ผลงานของทีมไม่เปรี้ยงอย่างที่คาดหวังไว้ พร้อมด้วยยังอยู่เท่าอันดับ 8 ของตารางเท่านั้น จากการชนะแค่ 2 จาก 7 นัดแรก





5.เป็นซีนที่ดราม่าที่สุด: ตราบแฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงประตูกรุ๊ปเชลซี


กลุ่มเชลซีชนะถึง 6 จาก 7 นัดแรกในฤดูกาลนี้ เพราะว่าเกมเดียวที่เสมอคือนัดที่ไปเยือน เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้

นัดนี้หมู่สิงห์ครามเกือบจะเอาชนะ คณะแชมป์เก่าได้อยู่แล้ว แต่ก็ถูกปฏิเสธโอกาสนั้นโดย แฟรงค์ แลมพาร์ด นักเตะที่เคยสร้างสถิติไว้กับกรุ๊ปมากมาย ก่อนจะถูก เปลื้องตัวออกไปในซัมเมอร์นี้

เพราะว่ามิดฟิลด์วัย 36 ปี ได้ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองให้ กลุ่มเรือใบสีฟ้า ซึ่งขอยืมตัวเขามาจาก กลุ่มนิวยอร์ก ซิตี้ ต้นสังกัดใหม่ในเมเจอร์ลีก และได้ยิงประตูตีเสมอคณะเก่าของตัวเองได้ก่อนหมดเวลา 5 นาที พร้อมด้วยเป็นไปตามธรรมเนียที่เจ้าตัวจะไม่แสดงความดีใจออกมา

โดยท่านทำได้ติดตามชม ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์ฟุตบอล เพิ่มเติมได้เลย


ที่มา: http://footballclubpza.blogspot.com/

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

โปรแกรมบอล: ตอนแค่นแคะระหว่างหมู่ แมนยู vs ลิเวอร์พูล

วิเคราะห์ผลบอล : คงจักมีแค่แฟนบอล 2 คณะนี้แหล่ะมั้ง



เพื่อฝ่ายชั้นนำของยุโรปของศึก 5 ลีกใหญ่ หลาย ๆ ลีกถูกมองว่ามีแทบ 2 คณะเท่านั้นที่มีโอกาสคว้าแชมป์ เปรียบเทียบได้ว่าเป็น “ม้าสองตัว” ที่วิ่งฮ่อควบแข่งกันเข้าสู่เส้นชัยในตอนท้ายฤดูกาล

พร้อมทั้งถ้าพูดกันชัดๆ ก็เห็นจักเป็น ลา ลีกา สเปน ที่มีแต่พ่าง ทีมบาร์เซโลน่า พร้อมด้วย คณะเรอัล มาดริด แต่บางลีกมีหลายทีมสู้กันเพื่อแย่งแชมป์ แต่ก็มีแฟนบางกลุ่มที่เห็นว่ามันแข่งกันแค่ 2 ทีม

แต่พูดถึงลีกที่เล่นกันแค่สองหมู่ที่ชัดที่สุด คงหนีไม่พ้นศึก ลา ลีกา ของสเปน ที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีเหมือนแค่สองขั้วอำนาจมานานหลายปี ระหว่าง คณะบาร์เซโลน่า แห่งแคว้นกาตาลัน ด้วยกัน กรุ๊ปเรอัล มาดริด แห่งนครหลวงมาดริด ที่ต่อสู้กันมาหลายต่อหลายฤดูกาล

ซึ่งอาจจะมีสอดแทรกขึ้นมาบ้างอย่าง คณะแอตเลติโก มาดริด หรือ กลุ่มบาเลนเซีย แต่ก็ไม่ยอมรับไม่ได้ว่าการขับเคี่ยวกันของสองยักษ์ใหญ่นี้ สร้างความสั่นสะเทือนได้ทั้งประเทศพร้อมกับยุโรปมาโดยตลอด



แม้ว่า 2 ทีมนี้เกลียดกันยันเงา แต่ต่างก็เคารพในฝีมือฝั่งตรงข้าม


ด้วยกันก็ไม่ใช่แค่ ลา ลีกา แต่ใน บุนเดสลีกา เยอรมัน แม้ว่าจะมียักษ์ใหญ่ปางแค่รายเดียวครองความยิ่งใหญ่นั่นคือ คณะบาเยิร์น มิวนิค มาหลายปี

แต่ว่าในช่วง 4 - 5 ปีหลังมานี้ ทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลับมาทวงคืนความสำเร็จที่เคยทำได้ ด้วยการเบียด “หมู่เสือใต้” ขึ้นคว้าแชมป์ 2 ซีซั่นติดต่อกันในฤดูกาล 2010-11 พร้อมกับ 2011-12

ด้วยกันถึงแม้ว่าจะฟอร์มดร็อปไปในปีที่แล้วพร้อมกับปีนี้ แต่ก็ยังส่งอิทธิพลต่อการลุ้นแชมป์ ของ บาเยิร์น เพราะมีฝ่ายอย่าง เลเวอร์คูเซ่น ไม่ใช่หรือ ชาลเก้ 04 ขึ้นมาท้าทายบ้างในบางฤดูกาล



ซึ่งที่ต่อมาเพิ่งจะมาแรงเอาครั้นซีซั่นที่แล้ว นั่นคือ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แม้ยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งกลับมาผงาดอีกครั้งอย่าง ยูเวนตุส จะต่อกรยากเหโจษจันเกิน

ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องความแข็งแกร่งของฝ่าย หรือผู้ตัดสินยามเล่นในบ้านก็ว่ากันไป แต่มีพวก อาแอส โรม่า ที่นำโดย ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ที่อาจหาญขึ้นมาต่อกรไม่อย่างไม่ย่อท้อ แม้จะยังทำได้แค่เป็นรอง แต่ก็ทำให้การไล่ล่าแชมป์ของ “คณะไอ้ม้าลาย” ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อจากนั้น

ซึ่งแต่ในลีกยอดนิยมอย่าง ศึกพรีเมียร์ลีก ฝ่ายจะแข่งกันเป็นแชมป์ไม่ได้มีแค่ 2 ฝ่ายเหมือนชาวบ้านเขา แต่ก่อนอาจเรียกว่า บิ๊กโฟร์ ที่ประกอบด้วย

  1. กลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  2. หมู่อาร์เซน่อล
  3. หมู่เชลซี 
  4. หมู่ลิเวอร์พูล 

ด้วยกันในช่วง 5 ปีหลัง มี เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นมาด้วย

อาจจะเรียกว่าแฟนบอลทุกหมู่ ต่างสนุกสนานกับการลุ้นตำแหน่งแชมป์ประจำฤดูกาล ของแดนผู้ดีกันอย่างสนุกสนาน ในความหลากหลายและไม่ตายตัวของการแข่งขันยอดนิยมที่มีฐานแฟนบอลแน่นที่สุดในทุกมุมโลกลีกนี้




ภาพตัวอย่างภายหลังแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ หรือไม่ก็จบอาทิตย์มีอันดับสูงกว่าคู่แข่ง


แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีแฟนบอลบางกลุ่ม บางจำพวก ที่คิดว่า ศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีก นั้นเล่นกันเพียงแค่ 2 กรุ๊ปแค่ คณะแมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมกับ ฝ่ายลิเวอร์พูล ไม่ได้ใส่ใจเลยว่าจนกระทั่งสัปดาห์ก่อนนู้นครับ บี้กันอยู่กลางตาราง พวกไหนแข่งก่อนในสัปดาห์นั้นแล้วพ่ายแพ้เนี่ย เรียกว่าไม่ได้เงยหน้ามาหายใจจนกว่าอีกพวกจะได้แข่ง

ซึ่งยิ่งถ้าอีกฝ่ายจำนนด้วยนะคุณเอ้ย แทบจะขุดหลุมฝังตัวเองอยู่ในบ้านไม่ออกมาเจอหน้าผู้คน เพราะว่าอะไร กลัวโดนล้อจ้า ถามว่าไปช่วยเขาลงเตะ ไม่ใช่หรือเป็นผู้ถือหุ้นของสโมสรหรือไม่เปล่า ก็ไม่ใช่ซะหน่อย!




ทั้งๆที่วันที่พวกไม่ได้ลงแข่งแท้ๆ แต่ก็ยังอดไม่ได้


กับถ้าถ้า สัปดาห์ไหน มีฟุตบอล ยุโรป แฟน บอลกลุ่มเกรียนแตกของกรุ๊ป “หงส์แดง” ก็จะถามเซ้าซี้อยู่นั่นแหละว่ากลุ่ม แมนฯ ยูฯ ไม่มีเกมกลางอาทิตย์เหรอ ไม่ได้ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก เหรอ

ในตอนที่จับสลาก ได้อยู่โถไหนเหรอ ก็พูดกันไม่เลิก ไม่เคยเบื่อ คนอื่นที่เขาได้ยินต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเขาก็เอือม ไม่ได้ตลกเหมือนตอนที่เล่นกันแรกๆ แล้ว




พร้อมกับนั่นก็เป็นที่แน่นอน วันใดที่หงส์ชนะ แฟนผีก็โดนเย้ยหยันเช่นกัน


ถ้าจักถามว่ามีแต่ “เกรียนหงส์” เหรอ ไม่หรอก “เกรียนผี” ก็ไม่น้อยหน้า ยิ่งอาทิตย์นี้ ตัวเองหนีขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ได้เนี่ย ล้อ กรุ๊ปลิเวอร์พูล เขาไม่หยุด ถามกันตลอดว่าอันดับเท่าไหร่เหรอ ไปบอลยุโรปเหนื่อยเหรอ กลางอาทิตย์ไม่ชนะเหรอ หมู่อะไรอยู่อันดับ 4 ทีมอะไรอยู่อันดับ 9 เหรอ




แล้วมันจะทำไมเหรอครับ ลีกมันจบแค่อาทิตย์นี้แล้วเหรอ การแข่งนัดหน้า ฝ่ายแมนฯ ยูฯ จะไม่ปราชัย กลุ่มลิเวอร์พูล จะไม่ปราชัยกันแล้วใช่ไหม เล่นกันไม่เลิกทั้งสองฝ่าย ไม่เคยสนใจเลยว่า ฝ่ายเชลซี นู่น เขาเป็นจ่าฝูงนู่น มีตั้ง 19 แต้ม

ซึ่งถ้าไปแข่งกันทำตามเป้าตัวเองที่วางไว้ต้นฤดูกาล ดีกว่ามานั่งหาความสนุกปากกันไปอาทิตย์ต่ออาทิตย์แบบนี้



ภาพอันนี้น่าจักโดนใจแฟนหมู่อื่นครับ เป้าหมายชัดเจนมาก


ล้อกันเองไม่พอ แต่ยังดึงชาวบ้านชาวช่องเขาเข้าไปอยู่ในนี้ด้วย เล่นส่งข้อความมาถามผู้ดำเนินรายการลักษณะว่า “พี่ครับ แมนฯยูฯ อยู่ที่เท่าไหร่ แล้ว ลิเวอร์พูล อยู่ที่เท่าไหร่ครับ

ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ครับ เราเอือมที่จะตอบ แม้จะรู้ว่าท่านเสียเงินส่งมันมาก็ตาม ยิ่งไปหาดูตามหน้าเฟซบุ๊คต่างๆ ที่เกี่ยวกับฟุตบอลแล้วล่ะก็ แฟนขาเกรียนสองคณะนี้ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากรุ๊ปไหนแน่นอน เก่งบนหน้าคอมพิวเตอร์เนี่ย ขอให้กราบทูล ไม่พ่ายใครในใต้หล้าอยู่แล้ว




แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ใคร่จะเตือน ๆ กันไว้ เล่นสนุกกันหอมปากหอมคอก็พอ อย่าไปสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้ใครต่อใครเขาเลย

ซึ่งกรุ๊ปใคร ใครก็รักครับ ล้อสนุกกันพอเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ต้องเอามาเป็นสุทธิเป็นจังขนาดต้องวิวาทกัน ผลงานแย่ก็ว่าไปตามเนื้อผ้า ผลงานดีก็ชื่นชม สู้ไปด้วยกัน แพ้วันนี้ วันหน้าก็แข่งใหม่ ฤดูกาลนี้แย่ ฤดูกาลหน้าก็เอาใหม่ เขายังไม่ยุบลีกในปีสองปีนี้แน่นอน

จงอย่าเพิ่มเรื่องปวดหัวให้สังคมปัจจุบันเลย อย่าเป็นแฟนบอลเกรียนๆ ที่จักทำให้แฟนบอลดีๆ เขาเป็นขี้ปากชาวบ้านไปด้วยเลย

กับอย่าให้คนอื่นเขาด่าว่า แฟนบอล แมนฯ ยูฯ น่ะเหรอ แฟน ลิเวอร์พูล น่ะเหรอ ปากดีอย่างนั้น เกรียนอย่างนี้ ใช่ไหมน่าหมั่นไส้ยังไงก็ตาม มันไม่น่าชื่นชมหรอกครับ


ที่มา : http://footballclubpza.blogspot.com/


วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ปนประกาศฟุตบอลศึกตารางพรีเมียร์ลีกข้างในรอบสัปดาห์ที่ทะลวงมา 29 ก.ย. - 5 ต.ค.

วิเคราะห์บอล : ครั้นเมื่อฟานกัลได้ชูเดเคอาหนึบได้ใจนัดโค่นทอฟฟี่




หลังจากที่ ฟาน กัล ได้ซูฮก เด เคอา โคตรหนึบ เซฟลูกยากๆ หลายครั้งนัดเฉือนชนะทีม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน 2 - 1 พร้อมชมลูกพวก ฟัลเกา หลังเปิดซิงตุงแรกในสีเสื้อ ปีศาจแดง ได้สำเร็จ

โดยที่หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงยกย่อง ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเซฟลูกยิงอันตรายๆ ของคู่แข่งได้มากมายในเกมที่เหล่า ปีศาจแดง เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คว้าชัยเหนือ เอฟเวอร์ตัน 2-1 จนถึงวันอาทิตย์ที่สร้างผ่านมา 5 ตุลาคม

ทางด้านของ กุนซือใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ว่า คณะเอฟเวอร์ตัน มีโอกาสสับไกนอกกรอบเขตโทษหลายต่อหลายครั้ง พร้อมด้วยพวกเขาก็ทำมันได้ดีอีกด้วย แต่ ดาบิด เด เคอา นั่นก็โชว์เซฟได้อย่างยอดเยี่ยมแท้ๆ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเกี่ยวกับเขา ก็เพราะว่าว่ามันมีผู้เล่นมากมายหลายคนที่ยืนบังสายตาเขาอยู่ แต่เขาก็ทำมันได้ ผมประทับฟอร์มการเล่นของเขาแน่ๆๆ ครั้นเมื่อคุณเซฟจุดโทษได้ ด้วยกันมาเซฟลูกยากๆ อีก 3 ครั้ง คุณนี่มันเยี่ยมยิ่งๆ

ซึ่งพร้อมกันนี้ ทางด้าน ฟาน กัล ยังกล่าวชื่นชม ราดาเมล ฟัลเกา หลังเอาฤกษ์ประตูแรกในสีเสื้อพวก ปีศาจแดง ได้แล้วว่า เขาเกือบจักยิงได้ตั้งแต่นัดที่แล้วที่เจอกับคณะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จากนั้นผมก็รับสั่งเขาว่าผมประทับใจในฟอร์มการเล่นของเขามาก ๆ พร้อมทั้งเดี๋ยวเรื่องการยิงประตูมันก็จักเข้ามาเอง กับวันนี้มันก็มาครันๆ เขาจะทำผลงานได้ดีกว่านี้แน่นอนหลังจบพักเบรกกลุ่มชาติ


สิงห์ทุบปืนแตก 2 - 0 รั้งจ่าฝูงถัดไป




เท่าที่อาซาร์ ควงคู่ คอสต้า ทำคนละลูกพาคณะ สิงห์บลูส์ เปิดบ้านไล่ทุบพวก ปืนใหญ่ สบายๆ 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 19 แต้ม รั้งจ่าฝูงของลีกต่อจากนั้นอย่างเหนียวแน่น

และด้วยการแข่งขัน ฟุตบอล ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในฤดูกาลที่ 2014-2015 ศึกลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ เจ้าบ้านเหล่า สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของกลุ่ม ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

ภายหลังริเริ่มไปได้ 10 นาที เกมก็ต้องหยุดไปชั่วคราว หลัง ธีโบต์ กูรก์ตัวส์ มีปัญหาบาดเจ็บ ในจังหวะที่ถูก อเล็กซิส ซานเชส วิ่งมากระแทกใส่เข้าที่ศีรษะ

นาทีที่ 20 แกรี่ เคฮิลล์ มารับใบเหโจษจันงไป หลังพุ่งเข้าไปเสียบใส่ อเล็กซิส แบบน่าเกลียดสองนาทีต่อมา คาลั่ม แชมเบอร์ส มาโดนไปบ้าง หลังวิ่งเข้าไปผลักใส่ เอแด็น อาซาร์ จากทางด้านหลัง

นาทีที่ 24 เชลซี ต้องถอด กูรก์ตัวส์ ออกไป หลังมีปัญหากระทบกระเทือนทีศีรษะในจังหวะที่ถูกชนใส่ก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีเโจษดออกที่หู ทำให้ต้องส่ง ปีเตอร์ เช็ก ลงมาเฝ้าเสาแทน

นาทีที่ 27 เหล่าเชลซี มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ โลร็องต์ กอสเชลนี่ ไปแหย่ขาดักใส่ เอแด็น อาซาร์ ล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษพร้อมชักใบเหโจษงให้เจ้าตัวทันที พร้อมทั้งเป็น อาซาร์ ที่ลุกขึ้นมาสังหารเองด้วยการแปเรียดไปทางขวาของตัวเองเข้าไปแบบง่ายๆ เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0

ซึ่งช่วงท้ายครึ่งแรกไม่มีจังหวะทำประตูเพิ่ม หมดเวลาเป็นทาง เชลซี นำไปก่อน 1-0

เกมส์เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังนาทีที่ 53 คราวนี้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช มาโดนเหฟุ้งเฟื่องงไปบ้าง หลังเจตนาเข้าไปสอยใส่ ซานติ กาซอร์ล่า แบบไม่มียั้ง

นาทีที่ 63 กรุ๊ปอาร์เซน่อล พลาดโอกาสที่จักได้จุดโทษ จากจังหวะที่ แจ็ค วิลเชียร์ ซัดจากนอกเขตโทษไปติดโดนแขน เชส ฟาเบรกาส ที่ล้มตัวสไลด์ป้องกันเต็มๆ แต่ผู้ตัดสินก็ยังไม่เป่าให้ลูกโทษแต่อย่างใด ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่นหมู่ ปืนใหญ่

นาทีที่ 69 เหล่าปืนใหญ่ แก้เกมส่ง อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด - แชมเบอร์เลน ลงสนามแทน ซานติ กาซอร์ล่า ส่วน เชลซี ก็เปลี่ยนเช่นกัน ถอด อังเดร ชูร์เล่ ออกไป แล้วให้ จอห์น โอบี มิเกล ลงเล่นแทน

นาทีที่ 76 เหล่าเชลซี เกือบได้ประตูเพิ่ม จนกระทั่ง ดิเอโก้ คอสต้า ลากจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ ก่อนไหลให้ อาซาร์ ที่เติมเข้ามาโล่งๆ จัดการซัดมุมแคบ แต่บอลก็โด่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

กับในที่สุด กลุ่มสิงห์บลูส์ นั้นก็มาได้ประตูที่ต้องการสมใจในนาทีที่ 78 จากจังหวะที่ ฟาเบรกาส เปิดไกลจากกลางสนามให้ คอสต้า สปีดเข้าไปหาบอล ก่อนจักกระดกข้ามมือ วอยเชค เซสนี่ ที่ออกมาป้องกันเข้าไปแบบเหนือชั้น เชลซี นำเพิ่ม 2-0

กับภายหลังที่เสียประตูพวกเยือนได้ถอด อเล็กซิส ซานเชส ที่เกมนี้ไม่ได้ช่วยคณะมากนักออกไป แล้วให้ ลูคัส โพดอลสกี้ ลงสนามแทน

นาทีที่ 83 คณะอาร์เซน่อล ถอด วิลสนับสนุน ออกไป แล้วส่ง โทมัส โรซิคกี้ ลงมาช่วยเกมในแดนกลางแทน

นาทีที่ 87 คณะเจ้าถิ่นถอด ออสการ์ ออกไปพัก แล้วให้ วิลเลี่ยน เข้ามาช่วยเกมรุกของกลุ่มแทน

ช่วงท้ายเกมทั้งสองกรุ๊ปไม่มีใครทำประตูกันได้ ทำให้หมดเวลา หมู่เชลซี เป็นฝ่ายเอาชนะ อาร์เซน่อล ได้สำเร็จ 2-0 ส่งผลให้กรุ๊ปยังคงรั้งอันดับหนึ่งของลีกถัดจาก เพราะว่ามีเพิ่มเป็น 19 คะแนน ส่วน เหล่าปืนใหญ่ ความพ่ายพ่ายนัดนี้ทำให้คณะมี 10 คะแนน เท่าเดิม พร้อมทั้งรั้งอยู่อันดับ 7 ของตารางต่อไป

มาดูรายการผู้เล่น หมู่เชลซี ในระบบ 4-2-3-1 :
  1. ธีโบต์ กูรก์ตัวส์ (ปีเตอร์ เช็ก น.24)
  2. บรานิสลาฟ อิวาโนวิช
  3. แกรี่ เคฮิลล์
  4. จอห์น เทอร์รี่
  5. เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า
  6. เนมันย่า มาติช
  7. เชส ฟาเบรกาส
  8. อังเดร ชูร์เล่ (จอห์น โอบี มิเกล น.69)
  9. ออสการ์ (วิลเลี่ยน น.87)
  10. เอแด็น อาซาร์
  11. ดิเอโก้ คอสต้า


บัญชีรายชื่อผู้เล่นสำรอง
  1. เฟลิเป้ หลุยส์
  2. เคิร์ท ซูม่า
  3. โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์
  4. โลอิก เรมี่


มาดูรายการผู้เล่น กรุ๊ปอาร์เซน่อล ในระบบ 4-2-3-1 :
  1. วอยเชค เซสนี่
  2. คาลั่ม แชมเบอร์ส
  3. แพร์ แมร์แตซัคเกอร์
  4. โลร็องต์ กอสเชลนี่
  5. คีแรน กิ๊บสส์
  6. มาติเยอ ฟลามินี่
  7. แจ็ค วิลเชียร์ (โทมัส โรซิคกี้ น.83)
  8. อเล็กซิส ซานเชส (ลูคัส โพดอลสกี้ น.78)
  9. ซานติ กาซอร์ล่า (อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.69)
  10. เมซุต โอซิล
  11. แดนนี่ เวลเบ็ค


รายการผู้เล่นสำรอง
  1. ดาเมี่ยน มาร์ติเนซ
  2. นาโช่ มอนเรอัล
  3. โจเอล แคมป์เบลล์
  4. ฟรองซิส โกโกแล็ง


กรรมการผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน

มาดูประมวลภาพฟุตบอลพรีเมียร์ลีกผลบอล หมู่เชลซี 2 - 0 เหล่าอาร์เซน่อล


























เหล่าเรือใบพบช่องเล็งสอยรอยส์ในซัมเมอร์หน้า




คงจะได้มาอีก 1 เหรอไม่?  ปางกรุ๊ปแมนฯ ซิตี้ ได้ตกเป็นข่าว ล็อกเป้าสอย รอยส์ มาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์หน้า หลังสบโอกาสที่นักเตะยังไม่ยอมต่อคำสัญญากับ ดอร์ทมุนด์ คาดมีค่าฉีกสาบานพาง 20 ล้านปอนด์เท่านั้น

โดยหลังจากที่กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คณะชั้นนำในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตกเป็นข่าวกลายเป็นอีก 1 สโมสร ที่ให้ความสนใจคว้าตัว มาร์โก รอยส์ แนวรุกตัวเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีบุนเดสลีกา เยอรมัน มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์หน้า หลังสบช่องช่วงที่นักเตะรายนี้ยังไม่ยอมต่อข้อผูกพันกับต้นสังกัด เพราะมีรายงานว่ามิดฟิลด์ค่าย หมู่เสือเหเอิกเกริกง จักมีค่าฉีกข้อตกลงแค่ 20 ล้านปอนด์ใช่ไหม 1,100 ล้านบาทเท่านั้น พอจบฤดูกาลนี้

หลังจากที่ดาวเตะคณะชาติเยอรมัน แสดงท่าทียังไม่ยอมเจรจาขยายปฏิญาณฉบับใหม่กับ เสือเหเอิกเกริกง หลังเจ้าตัวได้แจ้งกับทางสโมสรว่ากระหายรอให้จบซีซั่นนี้ก่อน แต่กระนั้น เรือใบสีฟ้า ซึ่งให้ความสนใจใคร่ได้ได้ตัวมิดฟิลด์วัย 25 ปี มาเป็นเวลานาน จึงใช้จังหวะดังกล่าว เตรียมยื่นข้อเสนอเท่ากับค่าฉีกข้อผูกพันไปซื้อตัวนักเตะ เหตุเพราะช่วงซัมเมอร์หน้า รอยส์ จะมีค่าฉีกข้อผูกมัดแค่ 20 ล้านปอนด์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พวกแมนฯ ซิตี้ ยังต้องเจอคู่แข่งสำคัญอีกหลายสโมสร ทั้ง 

  1. กลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  2. พวกลิเวอร์พูล 
  3. คณะอาร์เซน่อล 

ที่เป็นสามหมู่คู่แข่งร่วมลีก ที่แสดงความสนใจตะกลามได้ตัว รอยส์ ไปร่วมทัพด้วยเช่นเดียวกัน


มีข่าวแสดงตนมาอีกว่า เหล่าผีแดง เมินที่จักดึง โด้กลับ แต่หันเล็งกระชากเบลแทน




ตราบใดสื่อ เดลี่ สตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อดังประเทศอังกฤษตีแผ่ข่าวสุดฮือฮาว่ากรุ๊ป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่แสดงให้เห็นว่ากล้าทุบเงินกองคลังด้วยการระเบิดงบประมาณการสูงสุดในพระราชประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมด้วยเกาะอังกฤษกับการทุ่มเงินซื้อ ด้วยกันหยิบยืมนักเตะในช่วงตลาดซื้อขายรอบแรกมากถึง 151 ล้านปอนด์หรือว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งกำลังกลับไปให้ความสนใจแกเร็ธ เบล ปีกจรวดตัวเก่งของรีล มาดริด หลังจบฤดูกาลนี้อีกครั้ง

ซึ่งสื่อดังกล่าวได้ปริปากวิเคราะห์บอลพรุ่งนี้ให้เป็นถึงสาเหตุที่ทำให้เหล่า ปีศาจแดง นั้นต้องหันมาเล็งซื้อเบลที่พวกเขาเคยพลาดลายเซ็นดาวเตะกรุ๊ปชาติเวลส์รายนี้เมื่อช่วงกลางปี 2013 หลังตัวนักเตะปลงใจเคลื่อนย้ายไปร่วมทัพ หมู่ราชันชุดขาว ด้วยค่าจ้างเป็นสถิติโลก 85 ล้านปอนด์หรือว่า 4.500 ล้านบาท

กับดังที่ทางบอร์ดบริหาร คณะแมนฯ ยูไนเต็ด อาจไม่ตกลงใจเสี่ยงทุ่มเงินค่าตอบแทน พร้อมกับค่าจ้างกับโบนัสรวมกันถึง 200 ล้านปอนด์ใช่ไหม 10,600 ล้านบาท ในการที่จักดึงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพค้าแข้งกลับมาจาก เหล่ารีล มาดริด


ปากหวานจริ๊ง!! เมื่อดิมาเรียยกให้เดเคอาคู่ควรแมนออฟเดอะแมตช์




ทางด้านของ ดิ มาเรีย ได้ยกย่อง เด เคอา ให้คู่ควรรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังเซฟอุตลุตพา หมู่ผีแดง เปิดบ้านทิ่ม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน 2-1 พร้อมยินดี ฟัลเกา เปิดซิงได้แล้ว

หลังจากที่ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกจรวดของ หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลุ่มชั้นนำแห่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยกย่อง ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสเปนว่าเป็นผู้ที่สมควรได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ อย่างแท้จริงๆ หลังจากที่โชว์ฟอร์มป้องกันประตูช่วยฝ่ายไว้นับครั้งไม่ถ้วน

ซึ่งแถมยังได้เซฟลูกโทษทำให้พาทัพ หมู่ปีศาจแดง เปิดบ้านเชือด กลุ่มเอฟเวอร์ตัน 2-1 ครั้งวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมที่ลอดมา พร้อมกับแสดงความยินดีกับ ราดาเมล ฟัลเกา หัวหอกทีมชาติโคลอมเบีย ที่เบิกประตูแรกในสีเสื้อของ เร้ด เดวิลส์ ได้แล้ว

เพราะว่าที่ ปีกกลุ่มชาติอาร์เจนติน่า ซึ่งได้รับเระบือกให้เป็น ผู้เล่นยอดเยี่ยมในเกมล่าสุดกล่าวยกย่องฟอร์มการเซฟประตูของ เด เคอา ว่า ผมคิดว่า ดาบิด คือผู้ที่สมควรได้รับคำยกย่องมากที่สุด เขาช่วยป้องกันประตูให้เราตลอดทั้งเกม เพราะเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงท้ายเกม รวมไปถึงป้องกันลูกโทษที่จุดโทษด้วย ไม่เช่นแต่เขาแค่คนเดียว ผู้เล่นที่เหลือเลื่องก็สมควรที่จักได้รับคำชื่นชมเช่นเดียวกัน

พร้อมกับนอกจากนี้ ดิ มาเรีย ยังกล่าวถึงการที่ ราดาเมล ฟัลเกา เปิดซิงยิงประตูแรกในสีเสื้อเหล่า ปีศาจแดง ในเกมที่ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2 - 1 ว่า ใช่นั่นคือที่สำคัญด้วยว่าเขา เขากำลังมองหาประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมันสำคัญกับเขามาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่เราอาจเก็บ 3 คะแนนได้ พร้อมด้วยเราหวังว่าเราจะไต่อันดับขึ้นไปบนหัวตารางได้