วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล : เลิฟครวญคร่ำรำพันอุบอินทรีเหล็กน่ายิงมะกันเกิน1เม็ด




เลิฟ ไม่พอใจลูกทีม อินทรีเหล็ก ซิวชัยเหนือ มะกัน แค่ 1-0 โวยหากคมกว่านี้ ยิงสลุตมากกว่า 2-3 ตุงชัวร์ๆ แต่เพียงพอใจได้เห็น ฉลามขาว อดีตลูกพี่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปด้วยกัน

โยอัคคิม เลิฟ เฮดโค้ชทีมประชาชาติเยอรมนี ยังคงไม่พอใจกับชัยชนะเหนือ สหรัฐอเมริกา 1-0 ใน ฟุต บอลโลก 2014 รอบแบ่งกลุ่ม จี นัดสุดท้าย เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังมองว่าลูกทีมของเขาน่าจะทำเพิ่มได้อีก 2-3 ประตู

ในเกมดังกล่าวนั้น อินทรีเหล็ก มีจังหวะเข้าทำหลายครั้ง แต่เกือบทุกครั้งนั้นพวกเขาก็มักจะส่งบอลกันขาดๆ เกินๆ หน้ากรอบเขตโทษของคู่แข่ง โดยกว่าจะมาได้ประตูชัยก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 55 แถมยังเป็นจังหวะเก็บตกหน้ากรอบเขตโทษซึ่ง ทิม ฮาเวิร์ด ผู้รักษาประตู พญาอินทรี ลูกปัดออกมาแล้วแนวรับเตะทิ้งกันไม่ขาดเลยถูก โธมัส มุลเลอร์ ตะบันสวนจากหน้ากรอบเขตโทษเสียบตาข่าย

เลิฟ กล่าวว่า เราเล่นกันอย่างเป็นระบบได้ดี จนใกล้จะถึงช่วงนาทีท้ายๆ เราไม่ได้ปล่อยให้ สหรัฐฯ มีโอกาสมากนัก เราพลาดโอกาสที่จะจ่ายบอลทะลุช่องในพื้นที่สุดท้าย หากเราทำได้ เราก็น่าจะได้เพิ่มอีก 2 หรือ 3 ประตู ผมอยากจะให้ ซามี่ เคดิร่า ได้พัก ลูคัส โพดอลสกี้ ก็มุ่งมั่นมาก แต่เขาปรับตัวเข้ากับเกมไม่ได้จริงๆ ส่วน โธมัส มุลเลอร์ เขารู้ว่าจะต้องวิ่งไปตรงไหน (เพื่อทำประตู) แผลของเขาปิดสนิทแล้ว เขาทนมากทีเดียว

ขณะเดียวกัน บุนเดสเทรนเนอร์ ยังไม่ลืมจะสดุดีฝีมือของอดีตลูกพี่อย่าง เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ซึ่งปัจจุบันเป็นกุนซือทีมชาติสหรัฐฯ โดยระบุว่า ในช่วงกลางเกมนั้น สหรัฐฯ แข็งแกร่งมากๆ ในแง่ของลูกกลางโพยม มันเจ๋งมากสำหรับเราที่ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ก็ได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วย

ทั้งนี้ จากชัยชนะเหนือ สหรัฐฯ ทำให้ เยอรมัน ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม จี โดยจะรอติดกันกับรองแชมป์กลุ่ม เอช ต่อไป



วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อาร์วีพีปกกันรูนนี่หลังโดนกระแสติชมเละเทะเกินจริงหลังศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมา


อาร์วีพีป้องรูนโดนวิจารณ์เละเทะเกินจริง

ฟาน เพอร์ซี่ เผย ไม่ชอบใจเท่าไหร่นักที่ รูนี่ย์ โดนวิจารณ์อย่างหนักและกลายเป็น 1 ในแพะ จากการที่ อังกฤษ ร่วงตกรอบ โดยชี้ว่าผู้เล่นทุกคนควรจะรับผิดชอบร่วมกันมากกว่า

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หัวหอกตีนคมทีมชาติฮอลแลนด์ กางแขนให้สัมภาษณ์ปกป้อง เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงหมูสลาตันทีมชาติอังกฤษ ที่โดนวิจารณ์อย่างหนักถึงเรื่องฟอร์มการเล่นในศึกเวิลด์คัพ 2014 โดยชี้ว่าเรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ไม่เป็นกลางต่อกองหน้าเลือด ผู้ดี วัย 28 เลยแม้แต่น้อย เนื่องจากความล้มเหลวของทัพ สิงโตคำราม นั้นควรจะเป็นสิ่งที่นักเตะทุกคนภายในทีมรับผิดชอบร่วมกันมากกว่า

อาร์วีพี ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมของ หมูรูน ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายงานถึงเรื่องนี้ว่า การถูกเขี่ยร่วงตกรอบมันไม่ใช่ความผิดของเขาคนเดียว เขาต้องเจอกับความกดดันอย่างหนักใน บราซิล และการที่เขาโดนวิจารณ์ไปขนาดนี้มันก็ไม่แฟร์เอาเสียเลย เขาทุ่มเททุกอย่างให้กับทีมชาติ และก็เป็นผู้เล่นชั้นยอด ซึ่งผมก็ขอบอกเลยนะว่า รูนี่ย์ คือสาเหตุที่ทำให้ผมย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับ รูนี่ย์ นั้นลงสนามให้กับทีมชาติอังกฤษ ไปทั้ง 2 นัดในรอบสุดท้ายของ เวิลด์คัพ ฉบับ แซมบ้า โดยยิงได้ 1 ประตู ในเกมที่ ทรีไลอ้อนส์ พ่ายให้กับ อุรุกวัย 1-2 โดย อังกฤษ ยังคงเหลือโปรแกรมอีก 1 นัด ที่จะพบกับ คอสตาริกา คืนวันที่ 24 มิ.ย.นี้



เพิ่มเติมได้ที่

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ฟุตบอล : ตารางบอลเงื่อนไขชี้ชะตา... ก่อนถึงเวลาต้องจับสลากฟุตบอลโลก 2014








วิเคราะห์ผลบอลเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่มก็จะปิดฉากลง แม้ว่าบางกลุ่มจะมีภาพชัดเจนของทีมที่จะผ่านเข้ารอบหรือตกรอบไม่เหลือร้อยแล้ว แต่ก็มีอีกหลายกลุ่มที่ยังคลุมเครือว่าท้ายที่สุดทีมใดจะเข้ารอบ หรือเรียงลำดับกันอย่างไร

เงื่อนไขในการจัดอันดับทีมมักเป็นหนึ่งในความท้าทายสำหรับแฟนบอลและสื่อที่ติดตามข่าวการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ทีมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะใช่ว่าแค่ผลแข่งจะบอกทุกอย่างได้ (ยกเว้นชนะรวดหรือแพ้รวด ซึ่งการันตีการเข้ารอบหรือตกรอบได้อย่างแน่นอน) และบ่อยครั้งที่ต้องไปลุ้นชี้ชะตากันถึงนัดสุดตอนหลังของกลุ่ม

หากเป็นฟุตบอลโลกสมัยก่อน (ตั้งแต่เริ่มใช้ระบบแบ่งกลุ่มในรอบแรก) การจัดอันดับทีมในแต่ละกลุ่มกรณีที่มีแต้มเท่ากันจะดูจาก ประตูเฉลี่ย

ที่ทีมนั้นๆ ทำได้ กล่าวคือ นำจำนวนประตูที่ยิงได้มาหารด้วยประตูที่เสีย ทีมไหนค่าเฉลี่ยมากกว่าก็จะได้อยู่อันดับสูงกว่า

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ใช้กฎนี้มาจนถึงฟุตบอลโลกปี 1966 ที่ประเทศอังกฤษ กระทั่งหนถัดมาในปี 1970 จึงเปลี่ยนมายึด ผลต่างประตู เป็นหลัก และยังใช้มาจนปัจจุบัน

สำหรับเงื่อนไขการจัดอันดับทีมในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกตามระเบียบของฟีฟ่า มีรายละเอียดดังนี้

- ดูคะแนนเป็นหลัก

- หากคะแนนเท่ากันให้ดูผลต่างประตูได้เสียในการลงสนามทุกนัด

- ถ้าผลต่างประตูเท่ากัน ดูจากโควตาประตูที่ยิงได้ในการลงสนามทุกนัด

- หากยังเท่ากันอีก ให้ดูผลเฮดทูเฮดกรณีมี 2 ทีมที่เงื่อนไขข้างต้นเหมือนกันหมด แต่ถ้ามี 3 ทีมที่ทุกอย่างเท่ากัน ให้ดูเฉพาะผลแข่งนัดที่ทั้ง 3 ทีมเตะกัน แล้วเรียงลำดับคะแนน

- ผลต่างประตูเฉพาะเกมที่ทั้ง 3 ทีมเตะกัน

- จำนวนประตูที่ยิงได้เฉพาะเกมที่ทั้ง 3 ทีมเตะกัน

- ถ้าพิจารณาทั้งหลายทั้งปวงข้างต้นแล้วยังเท่ากันหมดทุกอย่าง ก็ถึงเวลาวัดดวงด้วยการ จับสลาก แล้ว

การยึดเอาผลต่างประตูเป็นหลักทำให้บางครั้งต้องลุ้นกันจนถึงกรรมการเป่านกหวีดนัดสุดท้าย เช่น ในฟุตบอลโลก 2010 สหรัฐอเมริกามายิงประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บกับแอลจีเรีย ทำให้พวกเขามีจำนวนประตูยิงได้เหนืออังกฤษที่มีคะแนนเท่ากัน จึงแซงขึ้นไปเป็นแชมป์กลุ่มซีทันที

เงื่อนไขของฟีฟ่าจะตรงข้ามกับ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร ในความดูแลของ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ซึ่งจะยึดผลเฮดทูเฮดหรือผลแข่งเฉพาะทีมที่มีคะแนนเท่ากันก่อนผลต่างประตู และต่อให้ทุกอย่างเท่ากันขาดมือ ก็จะไปดูค่าสัมประสิทธิ์ของยูฟ่า

รวมทั้งคะแนนแฟร์เพลย์ หรือจำนวนใบเหลือง-ใบแดง ก่อนจะไปตัดสินด้วยการจับสลาก

...ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า วิธีของใครถือว่ายุติธรรมกว่ากัน




 เพิ่มเติมได้ที่


วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

โปรแกรมบอล : ฝอยทองเกือบไป!ไล่หายกันพญาอินทรี 2-2 ในเวลาทดเจ็บไข้





รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่สอง กลุ่ม จี

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2557


สหรัฐอเมริกา 2-2 โปรตุเกส


สนาม : อาเรน่า อมาโซเนีย เมืองมาเนาส์

ผู้ตัดสิน : เนสเตอร์ ปิตาน่า (อาร์เจนติน่า)


พญาอินทรี ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่เอาชนะทีมชาติกานา มาด้วยผลบอล 1-0 ในนัดแรก พบกับ ฝอยทอง ทีมชาติโปรตุเกส ที่นัดแรกแพ้ยับเยินต่อ เยอรมัน มา 0-4


เริ่มเกมมาได้แค่ 5 นาที โปรตุเกส มาได้ประตูขึ้นนำอย่างฉุกละหุก มิเกล เวโลโซ่ เปิดบอลเข้าเขตโทษ เจฟฟ์ คาเมรอน สกัดบอลผิด เหลี่ยมมาเข้าทาง นานี่ แต่งบอลยิงด้วยขวาที่เสาสองเข้าไปจมตาข่าย ฝอยทอง ออกนำ 1-0

น.13 สหรัฐฯ ได้โอกาสจากลูกฟรีคิกระยะอันตราย คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ ปั่นด้วยขวา บอล ลอยข้ามกำแพงไปแบบชนิดมีลุ้น

น.16 โปรตุเกส เจอปัญหาโรคเดี้ยงของแข้งหลักเล่นงานอีกรอบ เมื่อ เอลแดร์ ปอสติก้า เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาเล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยน เอแดร์ ลงมา เดินเกมรุกแทน

น.24 สหรัฐฯ พยายามเดินดุ่มเกมบุกสู้ได้สูสี มีโอกาสลุ้น อีกครั้ง ไมเคิ่ล แบร็ดลี่ย์ แต่งบอลซัดด้วยซ้ายเต็มข้อหน้าเขตโทษ บอล พุ่งเสยคานไปนิดเดียว

น.32 ผ่านครึ่งชั่วโมงของเกม สหรัฐฯ บุกได้น้ำได้เนื้อมากกว่า ได้ลุ้นจากลูกยิงไกลอีกครั้ง ฟาเบียน จอห์นสัน ฟูลแบ็กเติมเกมขึ้นสูงได้ยิงด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ บอลถากเสา


น.36 โรนัลโด้ ได้ส่องไกลครั้งแรกในเกมนี้ กดด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลพุ่งไปตรงตัว ทิม ฮาเวิร์ด

น.40 ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกมชั่วคราวให้นักเตะได้พักดื่มน้ำที่ข้างสนาม ประมาณ 1 นาที

นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก โปรตุเกส เกือบได้ประตูที่ 2 นานี่ ยิงด้วยขวาหน้าเขตโทษบอลแฉลบขาแนวรับ สหรัฐฯ นิดหนึ่ง ทิม ฮาเวิร์ด ปัดบอลไปชนเสา เอแดร์ ซ้ำ ดาบสอง ฮาเวิร์ด ยังเซฟปัดไปชนคานออกหลัง

หมดครึ่งแรก โปรตุเกส นำ สหรัฐฯ อยู่ 1-0

ครึ่งหลัง โปรตุเกส ส่ง วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ ลงสนามแทน อังเดร อัลเมด้า พร้อมถอย มิเกล เวโลโซ่ ลงมายืนแบ็กซ้าย

น.55 สหรัฐฯ พลาดโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย ในจังหวะที่ ฟาเบียน จอห์นสัน ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวา ก่อน ตบกลับเข้ากลางให้ ไมเคิ่ล แบร็ดลี่ย์ ได้แปเน้นๆ แต่ไปติด ริคาร์โด้ คอสต้า บล็อออกจากเส้นประตูได้หวุดหวิด


น.62 โปรตุเกส ได้สวนกลับเร็ว เอแดร์ ป้ายบอลออกฝั่งขวา ให้ โรนัลโด้ ควบบอลเข้าเขตโทษแล้วซัดมุมแคบ บอลร่วงกรอบออกไป

น.64 สาวก พญาอินทรี ได้เฮลั่น เมื่อ สหรัฐฯ ตามทวง ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เกรแฮม ซูซี่ เปิดโด่งเข้ากลาง บอลเลยมาตกที่หน้าเขตโทษ เจอร์เมน โจนส์ เก็บตกแต่งบอลซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบเสาอย่างสวยงาม

น.66 หลังเสียประตู โปรตุเกส เดินจบทันที นานี่ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ ทิม ฮาเวิร์ด กระโดดปัดไปเข้าทาง ราอูล เมยเรเลส แต่งบอลยิงที่เสาสอง แต่ ฮาเวิร์ด ยังพุ่งปัด ออกหลังไปได้ทัน

น.81 แฟนบอล ฝอยทอง แทบช็อก เมื่อ สหรัฐฯ มาได้ประตูพลิกแซงนำเป็น 2-1 จากจังหวะที่ ไมเคิ่ล แบร็ดลี่ย์ ได้ยิงในเขตโทษ บอลแฉลบแนวรับ โปรตุเกส มา เข้าทาง เกรแฮม ซูซี่ เปิดย้อนเข้ากลางให้ คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ ใช้ลำตัวกระทุ้งบอลจ่อๆ เข้าไป


ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที โปรตุเกส มาได้ประตูตีเสมอนาทีสุดท้าย โรนัลโด้ เปิดจากฝั่งทักษิณโค้งเข้าเขตโทษให้ ซิลแวสตร์ บาเรล่า พุ่งโหม่ง 6 หลา เข้าไปเป็นประตูตีเสมอ 2- 2

จบเกม โปรตุเกส ไล่ตีเสมอ สหรัฐฯ 2-2 แบ่งไปทีมละ 1 คะแนน โดยที่ ฝอยทอง มี 1 แต้มรั้งบ๊วยของกลุ่ม ขณะที่ พญาอินทรี มี 4 แต้ม รั้งอันดับ 2 มีแต้มเท่ากับ เยอรมัน จ่าฝูงของกลุ่ม

โดยทั้ง 2 ทีมมีโปรแกรมส่งท้ายรอบแรก สหรัฐฯ จะเจอกับ เยอรมัน และ โปรตุเกส เจอกับ กานา ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ทั้ง 2 คู่

รายชื่อผู้ เล่น ทีมชาติสหรัฐอเมริกา


ทิม ฮา เวิร์ด - ฟาเบียน จอห์นสัน, เจฟฟ์ คาเมรอน, แมตต์ เบสเลอร์, ดามาร์คัส บีสลีย์ - ไคล์ เบคเกอร์แมน, เจอร์เมน โจนส์ - อเลฮานโดร เบโดย่า (เดอันเดร เยดลิน น.72), ไมเคิ่ล แบร็ดลี่ย์, เกรแฮม ซูซี่ (โอ มาร์ กอนซาเลซ น.90) - คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ (คริส วอนโดลอฟสกี้ น.87)


สำรองไม่ได้ใช้

แบร็ด กูซาน, นิค ริมันโด - จอห์น บรูคส์, ทิโมธี แชนด์เลอร์, แบร็ด เดวิส, อารอน โยฮันส์สัน, มิกซ์ ดิสเครุด, จูเลี่ยน กรีน, โจซี่ อัลติดอร์

รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติโปรตุเกส


เบโต้ - เจา เปเรยร่า, บรูโน อัลเวส, ริคาร์โด้ คอสต้า, อังเดร อัลเมด้า (วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ น.46) - เจา มูตินโญ่, มิเกล เวโลโซ่, ราอูล เมยเรเลส (ซิลแวสตร์ บาเรล่า น.69) - หลุยส์ นานี่, เอลแดร์ ปอสติก้า (เอแดร์ น.16), คริสเตียโน่ โรนัลโด้


สำรองไม่ได้ใช้

เอดูอา ร์โด้, รุย ปาทริซิโอ้ - เปเป้, ฟาบิโอ โคเอนเทรา, หลุยส์ เนโต้, รูเบน อโมริม, ราฟา, วิเอรินญ่า, ฮูโก้ อัลเมด้า













วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตารางบอล โปรแกรมบอล เฮียมูชี้ก่ออ่อนประเทศสเปนคือไม่จำยอมปรับตัวใหม่



ตารางบอลเฮียมู ชี้ทัพ กระทิงดุ ไม่คิดจะปรับทีมให้เข้ากับฟุตบอลสมัยใหม่ เป็นเหตุให้ต้องตกรอบฟุตบอลโลก 2014


โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาแสดงความคิดทัศนะว่า การที่ทีมชาติสเปน ทำผลธุรกิจได้อย่างน่าผิดหวังใน ฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้ายที่ บราซิล เป็นผลมาจากการที่พวกเขาไม่คิดจะปรับทีมให้เข้ากับเกมสมัยใหม่ ทำให้ทัพ กระทิงดุ ที่เป็นแชมป์เก่า พ่ายแพ้ให้กับ ฮอลแลนด์ 1-5 และ ชิลี 0-2 ตกรอบและหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์อย่างแน่นอนแล้ว


เฮียมู ให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาทำได้ประตูเดียว จากลูกจุดโทษ และยังไม่มีแต้มในมือเลย พวกเขาเหมาะสมแล้วที่จะต้องเก็บข้าวของกลับบ้าน ผมชื่นชม ฮอลแลนด์ และ ชิลี พวกเขาทำในสิ่งที่ฟุตบอลสมัยใหม่ควรจะทำ ที่จะต้องมีกลยุทธ์หลากหลาย จากที่ผมมองทั้ง 2 ทีมมีกลยุทธ์ที่ดีมาก และ สเปน ไม่สามารถรับมือมันได้ ผู้คนเรียนรู้ที่จะรับมือกับทีมที่ดีที่สุด สเปน เป็นทีมที่น่าอัศจรรย์ในช่วง 4-6 ปี ที่ผ่านมา พวกเขาเล่นบอลได้น่าตื่นตาตื่นใจ ที่ผู้คนต่างเรียนรู้ เฝ้ามอง และศึกษา


ทั้งนี้ กุนซือของ สิงโตน้ำเงินคราม ไม่ลืมที่จะชื่นชมทัพ อัศวินสีส้ม และทีมชาติชิลี โดยกล่าวว่า หลุยส์ ฟาน กัล (โค้ช ฮอลแลนด์) นั้นยอดเยี่ยมอยู่แล้ว เขาวิเคราะห์เกม และเตรียมทีมได้ดี แต่ ฆอร์เก้ ซามเปาลี (โค้ช ชิลี) ก็ทำได้ดีร้ายแรง เราต้องเป็นกลาง แทนที่จะพูดว่า สเปน โจ้ไม่ดี ซึ่งผมก็เห็นด้วยน่ะ แต่ก็ต้องชื่นชมว่าชิลี ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน


วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล ซัวเรสฮีโร่ซัดเบิ้ล! จอมโหดคว่ำสิงโต 2-1 แพ็คกระเป๋ากลับบ้าน




ผลบอล : ฟุตบอลโลก 2014


รอบแรก กลุ่ม ดี. นัดสอง

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2557

อุรุกวัย 2 - 1 อังกฤษ

สนาม : อารีนา โครินเทียน,เซาเปาโล

ผู้ตัดสินฟุตบอล : การ์ลอส เบลาสโก้ การ์บาโย่ (สเปน) 



ศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบแรก กลุ่ม ดี. นัดสอง จอมโหด ทีมอุรุกวัย ส่งตัวรุกอย่าง เอดินสัน คาวานี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งที่สามารถผ่านความฟิตลงล่าตาข่าย ดวลทัพสิงโตคำราม อังกฤษ ที่นำโดย สตีเว่น เจอร์ราร์ด, เวย์น รูนี่ย์ และ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เป็นตัวทีเด็ด

เริ่มเกมครึ่งแรก

ตารางบอลมาได้4นาที อุรุกวัย มีโอกาสลุ้นก่อน จากการเล่นชิงบอลมาถึง ซัวเรซ หลุดเข้าไปถึงริมเส้นหลังฝั้งซ้าย ก่อนปาดเข้ากลางบอลแฉลบ เคฮิลล์ ไปหน้าประตู แต่ โจ ฮาร์ท ยังไวปัดออกหลังไปได้


น.9 เป็นโอกาสของทัพ สิงโตคำราม เมื่อมาได้ลูกฟรีคิก เวย์น รูนี่ย์ บรรจงปั่นด้วยขวาบอลโค้งข้ามกำแพงไปแล้ว แต่น่าเสียดายเฉียดสามเหลี่ยมออกไปนิดเดียว

น.15 แฟนอังกฤษเสียวทั้งสนาม เมื่อ ฟิล จากีลก้า สกัลพลาดมาเข้าทาง คริสเตียน โรดริเกซ มีจังหวะซัดโล่งๆนอกกรอบบอลพุ่งแรงเหินข้ามคานออกไปแบบฉิวเฉียด

น.27 อุรุกวัย ได้เตะมุมด้านขาว หลุยส์ ซัวเรซ เปิดเลียดไปบริเวณจุดโทษ ก่อน คาวานี่ จะวิ่งย้อนมาซัดด้วยขวา บอลเหินหลุดกรอบออกไปอย่างหวุดหวิด


น.32 อังกฤษ น่าจะได้ประตูนำ จากฟรีคิกทางด้านกราบซ้าย สตีเว่น เจอร์ราร์ด เปิดบอลไปเสาสองมาถึง เวย์น รูนี่ย์ ที่ได้กระโดดขึ้นโขก แต่บอลไปชนสามเหลี่ยมอย่างจัง



น.38 แฟนจอมโหดก็ได้เฮ จากเกมโต้กลับ นิโกลัส โลเดยโร่ แทงออกซ้ายให้ คาวานี่ ก่อนเปิดด้วยเท้าขวาบอลข้ามหัว ฟิล จากีลก้า มาถึง หลุยส์ ซัวเรซ ที่โหม่งสวนไปเสาแรกเข้าประตูไป ทำให้ อุรุกวัย นำ อังกฤษ 1-0

ช่วงท้ายเกมทีเหลือ ทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรเพิ่มเติ่มได้ จบครึ่งแรก อุรุกวัย ยังนำ อังกฤษ อยู่ 1-0

เริ่มเกมครึ่งหลัง

มาถึงนาทีที่ 50 ทัพจอมโหด มีลุ้นจาก เอดินสัน คาวานี่ ที่ได้บอลจากทางด้านฝั่งซ้าย ก่อนซัดไปเสาไกล แต่บอลติดไซด์หลุดกรอบออกหลังไป

น.53 ทัพสิงโตคำราม พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย จาก เวย์น รูนี่ย์ ที่ได้บอลในเขตโทษ ก่อนแตะหลบแผงหลังอุรุกวัย แล้วซัดด้วยซ้ายจ่อๆ ไปตรงตัว เฟร์นานโด มุสเลร่า เซฟใว้ได้สบาย

น.73 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ได้บอลบริเวณกราบขวา ก่อนกลับตัวหาจังหวะเข้าไปกดด้วยซ้าย แต่บอลเบาเกินไป มุสเลร่า รับได้ติดมือ






ต่อมาอีก 2 นาที แฟนสิงโตคำรามก็ได้สะใจบ้าง เมื่อมาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากการแตะบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษด้านขวาของ เกล็น จอห์นสัน ก่อนปาดไปเสาสองถึง เวย์น รูนี่ย์ ที่วิ่งมาแปโล่งๆเข้าไปไม่เหลือ





และน.85 ทัพจอมโหด ก็มาได้ประตูออกนำอีกครั้ง จากการเปิดบอลในแดนอุรุกวัย สตีเว่น เจอร์ราร์ด โหม่งบอลไม่ดีบอลหลุดมาถึง หลุยส์ ซัวเรซ เข้าไปตะบันด้วยขวาบอลพุ่งแสกหน้า โจ ฮาร์ท เข้าไปตุงตาข่าย ทำให้ อุรุกวัย นำ 2-1

ช่วงก่อนทดเวลา ทัพสิงโตคำราม ทีมอังกฤษ โหมบุกหนัก หวังตีเสมอให้ได้ แต่ยังไม่เฉียบคมพอ ทำให้จบ 90 นาที อุรุกวัย เฉือนชนะ อังกฤษ 2-1 เก็บ 3 แต้มแรกได้ ส่วนอังกฤษยังไม่มีคะแนน



โปรแกรมบอลรายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้งสองทีม

อุรุกวัย (ระบบ 4-4-2) : เฟร์นานโด มุสเลร่า - อัลวาโร่ เปเรยร่า, โฮเซ่ มาเรีย คิมิเนซ, ดีเอโก้ โกดิน, มาร์ติน กาเซเรส - อัลวาโร่ กอนซาเลซ, เอคิดิโอ อเรวาโล่ ริออส, นิโกลัส โลเดยโร่, คริสเตียน โรดริเกซ - หลุยส์ ซัวเรซ, เอดินสัน คาวานี่

เทรนเนอร์ : ออสการ์ ตาบาเรซ

อังกฤษ (ระบบ 4-2-3-1) : โจ ฮาร์ท ; เกล็น จอห์นสัน, ฟิล จากีลก้า, แกรี่ เคฮิลล์, เลห์ตัน เบนส์ : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด ; ราฮีม สเตอร์ลิง, เวย์น รูนี่ย์, แดนนี่ เวลเบ็ค : แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

เทรนเนอร์ : รอย ฮอดจ์สัน


วิเคราะห์บอล : ซามูไรไร้คม! เจาะกรีซ10คนไม่เข้า เจ๊าจืด ผลบอล 0 - 0



ฟุตบอลโลก 2014
รอบแรก กลุ่ม ซี. 

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2557

ญี่ปุ่น 0 - 0 กรีซ

สนาม : เอสตาดิอู ดาส ดูนาส เมืองนาตาล
ผู้ตัดสิน : โจเอล อากีลาร์ (เอล ซัลวาดอร์)


วิเคราะห์ผลบอล บลูซามูไร ทีมชาติญี่ปุ่น ตัวแทนจากโซนเอเชีย ที่นัดแรกแพ้ ไอวอรี่ โคสต์ มา 1-2 พบกับ เทพนิยายกรีก ทีมชาติกรีซ ทีมจากยุโรป ที่แพ้ โคลอมเบีย 0-3 ในนัดแรก

เริ่มเกมมาถึงนาที 11 กรีซ มีโอกาสได้เสียวก่อน พานาจิโอติส โคเน่ ลากบอลจากครึ่งสนามเข้าไปกดด้วยขวา 25 หลา บอลพุ่งเข้ากรอบ เอจิ คาวาชิม่า รับกระฉอกแต่ตามเก็บจังหวะสองได้

น.19 ญี่ปุ่น ที่ครองเกมได้เหนือกว่า มีโอกาสลุ้น จากจังหวะที่ โยชิโตะ โอคุโบะ แตะบอล ย้อนคืนหลังให้ ยูยะ โอซาโกะ แปด้วยซ้ายบริเวณหัวกะโหลก บอลไปตรงตัว คาร์เนซิส



น.21 โอกาสงามๆ ของ ญี่ปุ่น อีกครั้ง ยูยะ โอซาโกะ ลากบอลจากจากฝั่งซ้าย ก่อนปั่นด้วยขวาหน้าเขตโทษ บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียว

น.35 กรีซ จำเป็นต้องถอดกองหน้าตัวเก่งอย่าง คอสตาส มิโตรกลู ออกเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ พร้อมส่ง ธีโอฟานิส เกคัส ศูนย์หน้าจอมเก๋าลงแทน

น.38 ทีมแห่งแดน เทพนิยาย ต้องเหลือผู้เล่นในสนามแค่ 10 คน เมื่อ คอสตาส คัตซูรานิส กัปตันทีม ไปตัดฟาวล์ใส่ มาโกโตะ ฮาเซเบะ โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

หมดครึ่งแรก ญี่ปุ่น กับ กรีซ ยังเสมอกันอยู่ 0-0


ครึ่งหลัง ญี่ปุ่น ส่ง ยาซุฮิโตะ เอ็นโดะ ลงสนามแทน มาโกโตะ ฮาเซเบะ ก่อนที่นาที 56 เอ็นโดะ จะได้ปั่นฟรีคิก แต่บอลไปติดกำแพง

น.57 ญี่ปุ่น เติมเกมรุก ส่ง ชินจิ คากาวะ ลงสนามแทน ยูยะ โอซาโกะ

น.60 กรีซ มีโอกาสลุ้นประตู จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา จอร์จอส คารากูนิส เปิดข้ามไที่เสาสองให้ ธีโอฟานิส เกคัส ได้โหม่งกดลงพื้น บอลเกือบเสียบมุม แต่ เอจิ คาวาชิม่า ปัดปลายมือออกหลัง

น.68 ญี่ปุ่น พลาดโอกาสได้ประตูนำ เมื่อ คากาวะ ตักบอลข้ามแผงหลัง กรีซ ให้ อูชิดะ เข้าเขตโทษ ตบกลับมาหน้าปากประตูให้ โยชิโตะ โอคุโบะ แปโล่งๆ ที่เสาสอง แต่หลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

น.77 ญี่ปุ่น ปูพรมบุกอยู่ฝั่งเดียว ได้โอกาสลุ้นจากลูกส่องไกลของ โยชิโตะ โอคุโบะ บอลพุ่งเข้ากรอบ คาร์เนซิส ต้องออกแรงเซฟ

น.90 นาทีสุดท้ายของเกม ญี่ปุ่น มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย ยาซุฮิโตะ เอ็นโดะ ปั่นด้วยขวา บอลเกือบเสียบโคนเสา แต่ คาร์เนซิส พุ่งปัดทิ้งได้ทัน



จบเกม ญี่ปุ่น ทำได้เพียงแค่เสมอกับ กรีซ ไปแบบไร้สกอร์ผลบอล 0-0 แบ่งไปทำละ 1 คะแนน โดยโปรแกรมนัดส่งท้าย ซามูไร ที่รั้งอันดับ 3 ต้องเจอกับ โคลอมเบีย จ่าฝูงของกลุ่ม ขณะที่ กรีซ ทีมบ๊วย ต้องลุ้นนัดสุดท้ายกับ ไอวอรี่ โคสต์ อันดับ 2 ในวันที่ 24 มิ.ย.ทั้ง 2 คู่

รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติญี่ปุ่น
เอจิ คาวาชิม่า - อัตซึโตะ อูชิดะ, ยาซูยุกิ คอนโนะ, มายะ โยชิดะ, ยูโตะ นากาโตโมะ - โฮตารุ ยามากูชิ, มาโกโตะ ฮาเซเบะ (ยาซุฮิโตะ เอ็นโดะ น.46) - ชินจิ โอกาซากิ, เคซึเกะ ฮอนดะ, โยชิโตะ โอคุโบะ - ยูยะ โอซาโกะ (ชินจิ คากาวะ น.57)
สำรองไม่ได้ใช้
ชูซากุ นิชิกาวะ, ชูอิชิ กอนดะ - มาซาโตะ โมริชิเกะ, มาซาฮิโกะ อิโนฮะ, ฮิโรกิ ซากาอิ, โกโตคุ ซากาอิ, ฮิโรชิ คิโยทาเกะ, โทชิฮิโร่ อาโอยาม่า, มานาบุ ไซโตะ, โยอิชิโร่ คากิทานิ

รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติกรีซ
โอเรสติส คาร์เนซิส - วาซิลิส โทโรซิดิส, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, คอสตาส มาโนลาส, โฮเซ่ โฮเลบาส - จานนิส มาเนียติส,คอสตาส คัตซูรานิส, พานาจิโอติส โคเน่ (ดิมิทริส ซัลปินจิดิส น.81) - ยอนนิส เฟตฟัตซิดิส (จอร์จอส คารากูนิส น.42), คอสตาส มิโตรกลู (ธีโอฟานิส เกคัส น.35), จอร์จอส ซามาราส
สำรองไม่ได้ใช้
พานาโกลติส กลีกอส, สเตฟานอส คาปิโน - จอร์จอส ซาเวลลาส, ลูคัส วินตร้า, วานเจลิส โมราส, อเล็กซานดรอส ซิโอลิส, อันเดรียส ซามาริส, พานาจิโอติส ทัชซิดิส, ลาซารอส คริสโตดูโลปูลอส



<< ประมวลภาพ ญี่ปุ่น เสมอ กรีซ 0-0 >>